Showing posts with label ข่าวเด่นวันนี้. Show all posts
Showing posts with label ข่าวเด่นวันนี้. Show all posts

Monday, September 19, 2016

กำลังมีความสุข !! คู่รักแอบพลอดรัก นอนกอดจูบในซอกโขดหินตายาย จนทนไม่ได้ถ่ายแบบนี้เอาไว้ !?

Monday, September 19, 2016 - 1 Comment

loading...



เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กในเพจ รวมพลคนสมุย ที่ใช้ชื่อว่า Armon Jarupakorn (อมร จารุปกรณ์) ได้โพสต์รูปภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่เข้าไปนอนอยู่ในซอกโขดหินในสถานที่ท่องเที่ยวหินตาหินยา ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยบรรยายว่า คุณเห็นอะไรในรูป?ผมอุตส่าห์จะมาถ่ายรูปสวย ๆ แต่สิ่งที่เจอมันไม่เหมาะกับสถานที่ท่องเที่ยวเลย วันก่อนปีนหินตายังพอรับไหว วันนี้นัวเนียกันตรงนี้เลย ผมว่ามันเกินไปนะคับ ฝากผู้ใหญ่ใจดีดูแลหน่วยคับเพื่อสมุยที่น่าอยู่
loading...


โดยภาพที่นำมาโพสต์เป็นภาพที่คู่รักนี้นอนกอดก่ายกันอยู่บนโขดหิน ทั้งกอดและจูบกันอย่างไม่แคร์สายตาต่อผู้ที่พบเห็น ขณะที่บริเวณใกล้กันก็ยังมีน้กท่องเที่ยวเดินเข้าชมหินตาหินยายเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีผู้ที่เห็นว่ามีความไม่เหมาะสมเข้าไปแสดงความคิดเห็นตำหนิคู่รักนี้เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นการลบหลู่ศาลหินตาหินยายที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น และต้องการให้คู่รักนี้มากราบขอขมากับศาลหินตาหินยาย เพราะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้านับถือกราบไหว้



สำหรับจุดที่คู่รักชายหญิงเข้ามาพลอดรักนั้นอยู่ใต้โขดหินขนาดใหญ่ที่วางซ้อนกัน อยู่ห่างกับหินตาประมาณ 30 เมตร พบคู่รักฝ่ายชาย อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ส่วนฝ่ายหญิง อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดโปโลสีส้ม นุ่งกางเกงผ้าสีม่วง จากการสังเกตุที่ใบหน้าและลักษณะการแต่งตัวคาดว่าเป็นชาวเอเซียคล้ายคนไทย หรือแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน
loading...

ที่มา :www.siamdrama.com

พบแล้ว !! เจดีย์บรรจุอัฐิไอ้ทิง พระราชมนู ทหารเอกคู่ใจของ สมเด็จพระนเรศวรฯที่หายไปจากประวัติศสสตร์!?

loading...

 กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ เมื่อพระครูสุวัฒน์วรกิจ (สุพจน์ สุวจจโน) เจ้าอาวาสวัดช้าง จ.อ่างทอง ได้บอกว่าภายในวัดมีเจดีย์รูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ)สมัยอยุธยาตอนปลาย บรรจุอัฐิพระราชมนูทหารเอกคู่ใจสมเด็จพระนเรศวร พร้อมด้วยเจดีย์บรรจุอัฐิภรรยาพระราชมนู และวิหารที่พระราชมนูสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวร หลังชาวโซเชียลตามหาประวัติของพระราชมนู ขุนศึกคู่พระทัยของสมเด็จพระนเรศวรซึ่งหายไปจากประวัติศาสตร์ พระครูสุวัฒน์วรกิจ กล่าวว่า วัดช้างให้ สร้างราวปี พ.ศ. 1845 ต่อมาสมัยอยุธยามีการรบที่ทุ่งบางแก้ว พระราชมนู แม่กองระวังหน้า ได้ใช้วัดช้างให้เป็นที่ตั้งทัพทหารหมื่นนาย ออกรบแบบกองโจรกับพระเจ้าเชียงใหม่จนได้รับชัยชนะ สมเด็จพระนเรศวรทรงโปรดให้นำพระราชทรัพย์มาปฎิสังขรณ์วัด พระราชมนู (เพชร) จึงให้นายพลอยครูดาบใช้เรือกระแชงไปขนทองคำและสิ่งของที่จำเป็นจากกรุงศรีอยุธยา พร้อมช่างสิบหมู่มาช่วย
loading...

           ต่อมาหลังเปลี่ยนแผ่นดิน พระราชมนูได้ลาออกจากตำแหน่งสมุหกลาโหม มาบวชที่วัดช้างให้ และได้สร้างวิหารถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวร พระราชมนู หรือ หลวงพ่อเพชร ได้จำพรรษาที่วัดช้างให้จนสิ้นอายุขัย ศิษย์และชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิรูปทรงกลม (ระฆังคว่ำ) ของท่านและภรรยา มาจนบัดนี้ โดยในวันที่ 9 ตุลาคมนี้จะมีการสร้างอนุสาวรีย์พระราชมนู เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้รำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเจดีย์ซึ่งบรรจุอัฐิของพระราชมนูอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมอย่างมาก ซึ่งทางวัดทำได้แต่เพียงดูแลรักษาไม่ให้ทรุดโทรมไปมากกว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น แต่หน่วยราชการที่มีหน้าที่ดูแลโบราณสถานสำคัญไม่เคยเข้ามาสำรวจหรือปรับปรุงแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงอยากให้ช่วยบูรณะเจดีย์ให้สวยงาม สมกับคุณความดีที่ท่านทำให้กับแผ่นดิน
loading...

ที่มา :www.siamdrama.com

สาววัย 21 ถูกยิงเสียชีวิตกลางงานแต่ง ด้วยฝีมือน้องชายแท้ๆ พอรู้ถึงสาเหตุ พ่อแม่แทบล้มทั้งยืน !!

loading...




เว็บไซต์ เมโทร ของอังกฤษรายงานเหตุสุดสลดจากเมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี  เมื่อน.ส.ชิลัน หญิงสาวชาวเคิร์ดวัย 21 ปีถูกยิงเสียชีวิตกลางงานแต่ง หลังจากเธอไม่ยอมเข้าพิธีวิวาห์กับลูกพี่ลูกน้อง
loading...

นาย กาซี วัย 50 ปี บิดาของผู้ตาย เผยแพร่ภาพถ่ายของลูกสาวซึ่งนอนจมกองเลือดบนเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมโพสต์ข้อความเรียกร้องความเป็นธรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โดยข้อ ความระบุว่า "ลูกสาวตกเป็นเหยื่อของประเพณีและความเชื่อที่ผิดเพื้ยน ภาพลูกสาวนอนเสียชีวิตจมกองเลือด เป็นความรู้สึกสูญเสียที่แสนเจ็บปวดอย่างที่สุด" ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือน้องชายของเขาเอง



นายกาซี กล่าวว่า เหตุการณ์สลดเกิดขึ้น หลังจากเขาปล่อยให้น้องชาย 2 คนนั่นคือ นูมัน และ ฮัสซัน ดูแลครอบครัวแทนระหว่างเดินทางไปทำงานที่อิรัก และทั้งสองคนพยายามบังคับให้ น.ส.ชิลัน แต่งงานกับนายเซลฟิน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง แต่เธอปฏิเสธทำให้โดนยิงเสียชีวิตดังกล่าว 
loading...

ที่มา :www.siamdrama.com

Sunday, September 18, 2016

กำลังมัน !! หนุ่มสาวเมาสุดสยิวติถ่ายสดโชว์มีเซ็กซ์ แถมยังแท็กถึงพ่อขนาดทำแบบนี้ด้วย !?

Sunday, September 18, 2016 - 0 Comments

loading...



ฉาวไปทั้งโลก เมื่อคู่รักหนุ่มสาววัยรุ่นดื่มเหล้าเข้าไปจนเมาขาดสติแล้วโชว์มีเซ็กซ์กันผ่านไลฟ์ สตรีม ในเฟซบุ๊ค และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ทั้งคู่ดันแท็กไปถึงพ่อของฝ่ายหญิงเสียอีก
loading...



โดย ThugLifer ระบุว่า หนุ่มสาวคู่นี้ได้เลือกบ้านพักที่ครอบครัวเอาไว้ใช้เมื่อไปเที่ยวพักร้อนอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง ทั้งๆ ที่พ่อแม่เคยห้ามไม่ให้ใช้แล้ว โดยเชื่อว่าหนุ่มสาวทั้งสองคงดื่มหนักขาดสติจนทำการไลฟ์โชว์ช่วงที่ทั้งคู่กำลังมีเซ็กซ์ผ่านโลกโซเชียล โดยคลิปดังกล่าวเมือจบการไลฟ์แล้วก็ไม่ลบออกจากระบบ แต่ยังคงแชร์อยู่ค้างเอาไว้ในเฟซบุ๊ค พร้อมกับ Tag ถึงพ่อของฝ่ายหญิงอีกต่างหาก
loading...



นอกจากนี้ยังมีการนำคลิปไลฟ์อื้อฉาวของหนุ่มสาวคู่นี้ไปทวีตในทวิตเตอร์อีกด้วย


ที่มา :www.siamdrama.com

ด่วนสดๆร้อน !! สรยุทธคุก13 ปีโกงเวลาโฆษณา138ล้าน ล่าสุดแฟนคลับน้ำตาไหลที่โดนหนักแล้ว !??

loading...


ศาลตัดสินจำคุก สรยุทธ พิธีกรเล่าข่าวชื่อดัง 13 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา คดี บ.ไร่ส้ม ไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ อสมท. 138 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.พ. ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญารัชดา ศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดี พิเศษ 2 เป็นโจทก์ ฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บริษัท อสมท จำกัด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง และ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลยร่วมกับ น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บริษัทไร่ส้ม ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6,8 และ 11 และฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว จากกรณีที่ บริษัท ไร่ส้ม โฆษณาเกินเวลาในการจัดทำรายการคุยคุ้ยข่าว โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับ บริษัท อสมท รวมเป็นเงินกว่า 138 ล้านบาท
loading...



ศาลพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต มีความผิดฐานรับเงินทำให้หน่วยงานรัฐได้รับความเสียหาย ตามความผิดมาตรา 6,8,11 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี 6 กระทง รวมโทษ 30 ปี จำเลยที่ 2 บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3 นายสรยุทธ และจำเลยที่ 4 เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม มีความผิดฐานสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด ให้จำคุกจำเลยที่ 3-4 คนละ 20 ปี และปรับจำเลยที่ 2 กระทงละ 2 หมื่นบาท รวม 6 กระทง 1.2 แสนบาท แต่ศาลลดโทษให้ 2 ใน 3 เหลือจำคุกจำเลยที่ 1 จำนวน 20 ปี ส่วนจำเลยที่ 3-4 เหลือจำคุก 13 ปี 4 เดือน และจำเลยที่ 2 บจก.ไร่ส้ม ปรับเงิน 8 หมื่นบาท โดยไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ
loading...

ที่มา :www.siamdrama.com

แม่ใจสลาย !! ลูกสาวออทิสติกหายไปทั้งคืน พอตามเจอเข้าม่านรู พบสิ่งนี้เต็มตัวไปหมด น้ำตาไหลตามๆกัน!??


loading...
สุดสะเทือนใจ วัยรุ่นเมืองลำพูน หลอกเด็กหญิงออทิสติกวัย 15 เข้าม่านรูดข่มขืนข้ามคืนแบบชาย 3 หญิง 2 ผู้ปกครองแจ้งคนหาย พร้อมตามหาทั้งคืน ก่อนใช้จีพีเอส ตามหาจนเจอ พอกลุ่มวัยโจ๋เห็นผู้ปกครองพากันทิ้ง จยย.วิ่งหนีทันทีวันนี้(17 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุจามเทวี สภ.เมืองลำพูน ได้รับแจ้งว่า พบเด็กผู้หญิงออทิสติกที่ผู้ปกครองแจ้งความหายไว้เมื่อคืนที่ผ่านมาอยู่ที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งหลังหมู่บ้านจักรคำภิมุก ต.ต้นธง อ.เมืองลำพูน ขณะนี้ผู้ปกครองตามเจอ โดยมีผู้ชายวัยรุ่นจำนวน 3 คน พาไปเปิดโรงแรมนอนตั้งแต่เมื่อวานนี้(16 ก.ย.) จึงแจ้งให้ ร.ต.ท.เสนาะ อินทะการ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจต้นธง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อปพร.เทศบาลต้นธง ไปตรวจสอบ
loading...

เมื่อไปถึงพบผู้ปกครอง และเด็กหญิงน้อย (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี อยู่ในที่เกิดเหตุ สอบถามทราบว่า เด็กหญิงน้อย เป็นเด็กพิเศษ(ออทิสติก) เรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยเช้าวันศุกร์(16 ก.ย.59) ก็แต่งตัวไปเรียนตามปกติ แต่พอถึงช่วงเย็นก็ไม่กลับมาที่บ้าน โทรศัพท์ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ด้วยความเป็นห่วง เพราะน้องเป็นเด็กพิเศษ ผู้ปกครองจึงขับรถไปตามหาที่บ้านเพื่อนๆ และคนรู้จักก็ไม่มีใครพบเห็น จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองลำพูนต่อมาสายวันนี้ (17 ก.ย.) เด็กหญิงน้อย ได้เปิดโทรศัพท์แต่ไม่ยอมรับสายจากผู้ปกครอง ทางผู้ปกครองจึงออกอุบายให้เพื่อนของน้องเช็คอินสถานที่อยู่มาทางโทรศัพท์ของเพื่อน หลังจากนั้นผู้ปกครองจึงใช้จีพีเอส ตามไปก็พบว่าอยู่ที่โรงแรมม่านรูดแห่งนี้ และมีวัยรุ่นเป็นชายอายุไม่เกิน 20 ปี จำนวน 3 คน และเด็กผู้หญิงอีก 2 คนรวมทั้งเด็กหญิงน้อยด้วย
loading...

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรม เพื่อหาตัวกลุ่มวัยโจ๋ที่หลอกลวงเด็กหญิงน้อย มานอนพักที่โรงแรม เพราะสภาพร่างกายเด็กหญิงน้อย มีรอยจ้ำตั้งแต่คอลงไป คาดว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกระทำมิดีมิร้ายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้นำตัวเด็กหญิงน้อย ส่ง ร.ต.อ.สุพจน์ นุกาศ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองลำพูน เพื่อสืบสวนนำกลุ่มวัยรุ่นมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา :www.siamdrama.com

ทนายจัดหนัก !! ซัดกลับ หมอเอ หลังอ้างว่า น้องทราย หน้าเบี้ยวไม่ได้เป็นเพราะครูปาแก้วใส่ สุดท้ายสรุปแล้วแบบนี้จบสักที!??

loading...



 เรียกได้ว่ากลายเป็นกระแสวิจารณ์กันอย่างหนัก หลังกรณีครูปาแก้วใส่เด็กนักเรียนหญิงจนหน้าเบี้ยวผิดปกติ เมื่อเฟซบุ๊ก เพจ ถึงบางอ้อกับหมอเอ ออกมาเผยว่าอาการของน้องไม่น่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำของครู ครูปาแก้วใส่กระจกและกระเด็นไปโดนน้อง ภายหลังน้องก็ยังไปเล่นตะกร้อได้ปกติ
loading...

ผลการตรวจทางการแพทย์ ทั้ง 3 โรงพยาบาล วินิจฉัยว่า ถูกกระทบจากของแข็งไม่มีคม จนเส้นประสาทอักเสบ การตรวจดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐาน วิชาชีพทางการแพทย์ แต่มีหมอบางคน ตั้งข้อสังเกตุว่าเกิดจากโรคไม่ใช่จากการถูกกระแทกด้วยของแข็ง น่าจะเกิดจากโรค Bells Palsy 

ซึ่งการออกมาวิเคราะห์ดังกล่าว โดยที่ตนเองไม่เคยซักอาการ และตรวจสภาพร่างกายผู้ป่วย แต่กลับวิพากษ์ ในลักษณะชี้นำสังคม 

ส่วนตัวผม มองว่า
1.เป็นการวิจารณ์ซึ่งปราศจากข้อมูลที่แท้จริง
2.เป็นการวิจารณ์ ที่ดูหมิ่นเกียรติวิชาชีพทางการแพทย์ ของแพทย์ผู้ทำการรักษาคนไข้ด้วยความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
3.เป็นการดูหมิ่นผู้ป่วย

แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลัง หมอคนดังกล่าว ก็ได้ ส่งข้อความมาขอโทษน้องทราย อ้างว่า เป็นการเข้าใจผิด

เข้าทำนอง ตบหัวบนศาลา มาขอขมาที่บ้าน 
loading...

ที่มา :www.siamdrama.com

หมอเงิบแล้ว !! วิจารณ์นร.โดน ครูโหด ปาแก้วหน้าเบี้ยวแค่ป่วย ล่าสุดยอมรับน้องไม่ผิดแบบนี้ !??

loading...


loading...

หมอเพจดังวิพากษ์ น้องทราย เหยื่อ ครูโหด ปาแก้วกระแทกหน้าจน หน้าเบี้ยว ต้องผ่าตัด อ้างน้องป่วย ไม่เกี่ยวกับครูทำร้าย ล่าสุดโร่ขอโทษ ระบุโพสต์โดยใช้อารมณ์ ความต้องการส่วนตัว และอคติ และได้ปิดเพจไปเรียบร้อยแล้ว ทนายดังอัดเละ ไม่เคยซักอาการ ไม่เคยตรวจ ยืนยันผล 3 รพ. ระบุ บาดเจ็บเพราะของแข็งกระแทก ไม่ได้ป่วย ชี้เพจหมอทำคนเข้าใจผิด สร้างกระแสสังคมเชิงลบ

ดรามาร้อนๆ กรณีที่ น้องทราย นางสาวนฤดี จอดสันเทียะ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ที่ถูก นายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วเซรามิคใส่บริเวณใบหน้าจนบวมช้ำ ส่งผลให้ต่อมามีอาการหน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วปากอีกด้านหนึ่งไม่ขยับตา หลับตาแล้วตาปิดไม่สนิท จนเกิดกระแสสังคมนั้น ที่เพจหนึ่งที่ระบุว่าเป็นหมอ ได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีดังกล่าว โดยระบุในเชิงว่า อาการของน้องทราย ไม่น่าจะเกี่ยวกับการถูกครูทำร้าย แต่น่าจะเกิดจากโรค bells palsy (หรือโ รคอัมพาตเบลล์ หรือ โรคใบหน้าเบี้ยว หรือ โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก) ทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่ง เปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเริ่มมองผู้เสียหายในแง่ลบ
loading...

ล่าสุด ทนายความคนดัง เกิดผล แก้วเกิด  ผู้อาสาเข้ามาช่วยน้องทรายตั้งแต่ทราบเรื่อง ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์กับทีมข่าว Truelife.com  ถึงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าผลการตรวจจาก 3 โรงพยาบาล ยืนยันตรงกันว่า อาการของน้องทราย เกิดจากการถูกกระทบของของแข็งไม่มีคม จนเส้นประสาทอักเสบ และล่าสุด หมอคนดังกล่าว ก็ได้ส่งข้อความมาขอโทษ รวมทั้งได้โพสต์ยอมรับในเพจของตัวเองแล้ว แต่ตอนนี้ตนเข้าไปหาเพจของหมอคนดังกล่าว ปรากฎว่าหาไม่พบเสียแล้ว  โดย เฟซบุคแฟนเพจ  เกิดผล แก้วเกิด  โพสต์ระบุว่า

จากกระแสข่าว กรณีน้องทรายถูกครูพละ ปาแก้วใส่หน้าจนปากเบี้ยว ผลการตรวจทางการแพทย์ ทั้ง 3 โรงพยาบาล วินิจฉัยว่า ถูกกระทบจากของแข็งไม่มีคม จนเส้นประสาทอักเสบ การตรวจดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐาน วิชาชีพทางการแพทย์ แต่มีหมอบางคน ตั้งข้อสังเกตุว่าเกิดจากโรคไม่ใช่จากการถูกกระแทกด้วยของแข็ง น่าจะเกิดจากโรค Bells Palsy ซึ่งการออกมาวิเคราะห์ดังกล่าว โดยที่ตนเองไม่เคยซักอาการ และตรวจสภาพร่างกายผู้ป่วย แต่กลับวิพากษ์ ในลักษณะชี้นำสังคม ส่วนตัวผม มองว่า  1.เป็นการวิจารณ์ซึ่งปราศจากข้อมูลที่แท้จริง 2.เป็นการวิจารณ์ ที่ดูหมิ่นเกียรติวิชาชีพทางการแพทย์ ของแพทย์ผู้ทำการรักษาคนไข้ด้วยความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ 3.เป็นการดูหมิ่นผู้ป่วย  แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลัง หมอคนดังกล่าว ก็ได้ ส่งข้อความมาขอโทษน้องทราย อ้างว่า เป็นการเข้าใจผิดเข้าทำนอง ตบหัวบนศาลา มาขอขมาที่บ้าน   อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจของหมอคนดังกล่าว ได้โพสต์ยอมรับผิดและขอโทษแล้ว ว่าเป็นการโพสต์โดยใช้อารมณ์ ความต้องการส่วนตัว และอคติ และได้ปิดเพจไปเรียบร้อยแล้ว
loading...

ที่มา :www.siamdrama.com

Sunday, September 11, 2016

ดูไว้นะ !! น้องบิววัยแค่ 9 ขวบ แต่ขยันอกมาขายของตั้งแต่ 3 ขวบ เพื่อช่วยครอบครัวดูแลน้องเล็กๆ ปัจจุบันรวยแบบนี้แล้ว !??(มคลิป)

Sunday, September 11, 2016 - 0 Comments





บิว..สโรชา อินทไทร เด็กหญิงชั้น ป.4 จากโรงเรียนสำราญวิทยา อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ถ้ามองเพียงผิวเผิน เด็กหญิงคนนี้ก็เหมือนเด็กน้อยทั่วๆไป แต่จะมีสักกี่คนรู้ว่าเธอต้องออกมาค้าขายตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบบิว แม่ค้าตัวน้อย ช่วยยายขายอาหารตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล ตอนนี้อายุได้ 9 ขวบแล้ว ช่วยเหลือได้หลายอย่าง ถึงจะตัวเล็ก! แต่ความสามารถใหญ่เกินตัว แม่ค้าตัวน้อยคนนี้สามารถทอดไก่ในกระทะร้อนๆ ได้ด้วยตัวเองและยังขยันขันแข็งเดินเสิร์ฟอาหารทั่วตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง มีเงินพอเก็บไว้ให้น้องๆเรียนหนังสือเพราะต้องรับภาระดูแลน้องชายวัย 4 ขวบและ 2 ขวบด้วย
loading...




ที่มา: www.siamdrama.com

Tuesday, May 10, 2016

ช็อกแป๊ป !! หลังจากหายไปนาน ล่าสุด สรยุทธ ได้กลับมารายการ เรื่องเล่าเช้านี้ อีกครั้ง ไปทำไรมาหล่อขึ้นป่าว !?

Tuesday, May 10, 2016 - 0 Comments

loading...



กลายเป็นกระแสฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่พิธีกรข่าวคนดัง "สรยุทธ" ได้ประกาศพักงานอย่างไม่มีกำหนด หลังจากโดนโทษจำคุกจากศาลชั้นต้น จนทำให้รายการต่างๆ ที่เคยมีเฮียยุทธอยู่เงียบเหงาลงอย่างน่าใจหาย จนล่าสุดก็ได้ทำให้น้องๆ มีกำลังใจดีขึ้นอีกครั้ง เมื่อเฮียยุทธบุกไปเยี่ยมน้องๆ ถึงหลังห้องแต่งตัวในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" พร้อมข้อความให้กำลังใจว่า 
loading...


งานนี้ทำเอาแฟนคลับถึงกับบ่นคิดถึงกันไม่ขาด เพราะการขาดสรยุทธมาเล่าข่าวให้ฟังตอนเช้านี่ ทำให้สีสันของรายการหายไปอย่างมากเลยจริงๆ





ที่มา: siamupdate.com

ชาวเน็ตแชร์สนั่น..!! คลิปลับ ที่ หญิงแย้ แฉความลับของ หมอสอง ไม่คิดว่าจะทำร้ายกันได้ขนาดนี้..!?




เรื่อง หญิงแย้ นนทพร เลิกราสามี หมอสอง นพรัตน์ ทั้งที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่เดือน มันทำให้ต่อมเผือกทำงานทันที พอได้เห็นถ่อคำของหญิงแย้เข้ามาอีก ยิ่งทำให้ต่อมเผือกต่องขุดทำงานทันที





โดย หญิงแย้ ได้เผยกับสื่อว่าจริงๆ ตนยังไม่พร้อมแต่งงาน และอยากเลิกลาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว ติดที่ว่าหมอ นำคลิป มาแฉ ซึงเป็นการกดดันให้แต่งงาน

แหม่ๆๆ เปิดมาซะขนาดนี้ มีเหรอจะไม่เมาส์ไม่เผือกไม่ว่าใครก็อดสงสัยไม่ได้ชิป่ะว่คลิปอะไร??? และจากการของต่อมเผือกนักสืบจาเมาส์แบบยาย จึงได้ความมาว่า คลิผที่หญิงแย้พูดถึงนั่นก็คือ คลิปที่หมอสองขอหญิงแย้แต่งงงานที่ขั่วโลกใต้นั่นเอง วึ่งงานนี้จะใช่หรือไม่ ต้องเกาะติดสถาการณ์กันยาว เพราะแว่วๆว่า หญิงแย้จะออกแถลงด้วยแหละ

นาทีจอแต่งงาน…






ที่มา: siamupdate.com

Wednesday, May 4, 2016

เจอแล้ว !! แม่ค้ากัมพูชาที่ถูกฉุด! สลดโดน 3 คนร้ายอุ้ม ไปแบบนี้สามีใจสลายไปตลอดชีวิต !!?

Wednesday, May 4, 2016 - 0 Comments




เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พ.ค. พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก. 


สภ.คลองลึก ได้นำกำลังเข้าไปรวมตัว นายวายุ อักษร อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.6 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ หลังพาพวกรวม 3 คน เข้าไปฉุดนางบี (นามสมมติ) อายุ 27 ปี บริเวณซอยหลังคาแดง หลังห้าง เอ็ม เอ็ม ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ เมื่อ 2 ทุ่มเมื่อคืนนี้ หลังร่วมกันกับพวกฉุดนางบี แล้วได้นำตัวไปยังรีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอคลองหาด ก่อนลงมือข่มขืนเหยื่อ

หลังนำตัวมาถึง สภ.คลองลึก นายวายุ แกล้งเดินกอดคอนางบี เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยนายวายุอ้างว่า นางบีมีใจและเต็มใจเอง โดยนายวายุ ยังอ้างอีกว่า หลังร่วมหลับนอนกันแล้วตนเองยังใช้โทรศัพท์ถูถ่ายคลิปไว้อีกด้วย แต่ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นอาการของนางบี แล้วพบว่าอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างสุดขีด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายระหว่างประเทศ พ.ต.อ.เสกสรร ผกก. สภ.คลองลึก มาทำการสอบสวนข้อเท็จ

หลังนายเง็ต บุญลี รองกงสุลกัมพูชาเดินทางมาถึง จึงขอร้องให้ตำรวจและสื่อมวลชน ออกจากห้องสอบสวน นางบี จึงยอมรับสารภาพกับรองกงสุลกัมพูชา ว่า ถูกนายวายุ กับพวกรวม 3 คน ฉุดขึ้นรถปิคอัพ แล้วนำไปข่มขืนที่โรงแรม จนสำเร็จความใคร่ หลังทราบข้อเท็จจริง รองกงสุลกัมพูชา จึงให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายวายุ อย่างถึงที่สุด เพราะถือว่า เป็นการข่มเหง รังแกประชาชนชาวกัมพูชา และดูหมิ่นเหยียดหยาม

ด้านสามีชาวกัมพูชา ของนางบี หลังทราบจากปากภรรยาว่า ถูกนายวายุ ข่มขืน ถึงกับกอดลูกชายวัย 6 ขวบ ร้องไห้น้ำตาไหลพราก บอกว่าเจ็บปวดเป็นที่สุด ที่ไม่สามารถช่วยเหลือเมียรักได้ ตอนนี้มึนไปหมดยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ซึ่งจากการสังเกตอาการของนายวายุแล้ว ไม่มีอาการสะทกสะท้านจากการกระทำของตนเองแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่การกระทำดังกล่าวได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวเขมรที่เข้ามาหากินในฝั่งไทยอย่างมาก ด้าน พ.ต.อ.เสกสรร ผกก.สภ.คลองลึก กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ และคนร้ายกระทำการอย่างอุกอาจ ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย ตามที่ท่านรองกงสุลกัมพูชา ได้ขอร้องให้ดำเนินการให้ถึงที่สุด ขณะรายงานข่าว พนักงานสอบสวนยังทำการสอบสวนนายวายุ อยู่ไม่แล้วเสร็จ



ที่มา: siamupdate.com